วิธีการยกเลิกบัตรเครดิตก่อน 6 เดือนทำยังไง

ยกเลิกบัตรเครดิตก่อน 6 เดือน หลายๆ คนที่ทำบัตรเครดิตมาได้ไม่นาน แต่อยากจะยกเลิก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ (เช่น จะต้องไปทำงานต่างประเทศ , บัตรเครดิตไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ , ไม่อยากเป็นหนี้ ฯลฯ) ก็สามารถจะยกเลิกได้นะครับ เพราะตามกฎหมายแล้วเราอยากจะยกเลิกบัตรเครดิต เมื่อไหร่ก็ได้ ทางธนาคารไม่มีสิทธิ์ในการกำหนดเวลาการใช้งานบัตรเครดิตเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ที่มันเป็นประเด็นกันก็คือผู้ใช้หลายๆ คนมักจะถูกหลอกล่อด้วยคำว่า “ต้องถือบัตรเครดิตไม่น้อยกว่า 6 เดือน จึงจะมีสิทธิ์ในการยกเลิกบัตร” ทั้งนี้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องของเซลล์ขายบัตรเครดิต ที่จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากธนาคาร ต่อเมื่อลูกค้าบัตรเครดิตทำการถือบัตรไว้นานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนเท่านั้น จึงทำให้เซลล์หลายๆ คนนั้นเอากฏข้อนี้มาพลิกแพลงและหลอกล่อลูกค้า หรือขู่ไว้เลยว่าหากใช้ไม่ถึง 6 เดือน จะทำการฟ้องร้องอะไรก็ว่ากันไป ซึ่งต้องบอกว่าไม่จริงนะครับเพราะอย่างที่บอกว่า ลูกค้ามีสิทธิจะยกเลิกบัตรเมื่อไหร่ก็ได้ ที่มีผลกระทบก็คงเป็นแค่ หากลูกค้าอยากจะสมัครบัตรเครดิตใหม่ จะต้องรออีก 6 เดือนจึงจะทำได้เท่านั้นเอง

ทีนี้เมื่อเราอยากจะยกเลิกบัตรเครดิตทั้งที่เพิ่งได้มา และมีระยะเวลาการครอบครองไม่เกิน 6 เดือน ก็สามารถทำได้ โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ยกเลิกบัตรเครดิตก่อน 6 เดือนทำยังไง

โทรยกเลิกกับ Call Center ของสถาบันการเงิน หรือธนาคารเจ้าของบัตร เป็นวิธีการง่ายๆ ที่เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาก็สามารถทำได้ เมื่อต่อสายเข้า Call Center แล้วระบบจะให้คุณแจ้งว่าทำอะไร คุณก็เพียงแค่เข้าสู่เมนูการยกเลิกบัตรเครดิต จากนั้นระบบจะโอนสายไปยังพนักงาน Call Center แล้วคุณก็แค่แจ้งข้อมูลตามที่พนักงานขอมาก็เสร็จสิ้นครับ เมื่อได้รับการแจ้งว่าบัตรเครดิตจะถูกยกเลิกแล้ว ให้ทำการตัดบัตรเครดิตเป็นสองส่วน หรือใช้ที่เจาะกระดาษเจาะให้เป็นรูเพื่อป้องกันการเอาไปใช้อีก เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้น

ไปติดต่อกับธนาคารนั้นๆ โดยตรง (สาขาไหนก็ได้) เพื่อทำการยกเลิกบัตรเครดิต วิธีการนี้ผู้ใช้จะต้องมีการกรอกเอกสาร และแนบเอกสารต่างๆ (เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน) เพื่อใช้ประกอบว่าเป็นผู้ยื่นเรื่องจริง จากนั้นทางธนาคารสาขานั้นจะส่งเอกสารไปยังสำนักงานใหญ่ เพื่อทำการยกเลิกบัตรเครดิตอีกทีหนึ่ง

ส่งบัตรคืนธนาคาร โดยทำเป็นจดหมายลงทะเบียน กล่าวคือผู้ใช้จำเป็นจะต้องทำลายบัตร (ตัดแบ่งเป็นส่วนๆ หรือทำการเจาะรูไม่ให้บัตรใช้งานได้ แล้วจึงส่งบัตรที่ทำลายแล้ว พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ที่มีการเซ็นสำเนาถูกต้องเรียบร้อย ไปยังธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต ซึ่งต่อจากนี้ธนาคารจะดำเนินเรื่องยกเลิกบัตรเครดิตให้เอง

ป้องกันความผิดพลาดด้านการเงิน ด้วยการตรวจ Sale Slip

ต้องบอกว่ายุคนี้บัตรเครดิตเป็นปัจจัยที่หลายๆ คนไม่สามารถขาดได้ เพราะมีความสะดวกสบายในการใช้งานมากกว่าเงินสดซะอีก นอกจากนั้นแล้วยังได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากกายเมื่อมีการใช้ผ่านบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของส่วนลด cash back การสะสมแต้มสะสมไมล์ เพื่อแลกรักของรางวัล เป็นต้น  อย่างไรก็ตามการใช้บัตรเครดิต ควรมีความรอบคอบอย่างมาก เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะหากเราไม่ตรวจดูให้ดีด้วยความรอบคอบแล้ว ก็จะมีรายจ่ายเกินความจำเป็น หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ใช้เกิดขึ้นครับ

วิธีการในการป้องกันความผิดพลาดดังกล่าว ก็คงจะหนีไม่พ้น การตรวจสอบ Sale Slip ซึ่งเป็นใบเสร็จที่จะได้หลังการซื้อสินค้าบริการต่างๆ อย่างละเอียดก่อนเซ็นรับรอง นอกจากนั้นเวลาที่มีใบแจ้งหนี้การใช้งานแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ป้องกันความผิดพลาดด้านการเงิน ด้วยการตรวจ Sale Slip

  1. การจ่ายเงินในงวดปัจจุบัน ให้ทำการตรวจสอบยอดในใบแจ้งหนี้ กับ Sale Slip ที่มีอยู่ทั้งหมด (ที่ใช้ไปในเดือนล่าสุด) ว่ามันตรงกันหรือไม่ มีส่วนไหนผิดพลาดหรือเปล่า จากนั้นพิจารณายอดรวมคงค้าง และระยะเวลาอย่างละเอียดถี่ถ้วย ก่อนการไปชำระเงินตามช่องทางต่างๆ ที่มีการกำหนดไว้ อย่างไรก็ตามหากคุณไม่มีเงินมากพอสำหรับจ่ายเต็มจำนวน ให้พยายามจ่ายไว้ก่อนที่ 10% แต่ไม่ควรทำบ่อย เพราะจะต้องมารับภาระดอกเบี้ยที่สูงเกินจำเป็น
  2. ควรทำการดูเพื่อเปรียบเทียบระหว่างยอดชำระเงิน งวดปัจจุบันกับยอดชำระงวดที่แล้ว เพื่อดูว่ายอดต่างๆ นั้นถูกต้องหรือไม่ มีส่วนไหนผิดพลาดหรือเปล่า นอกจากนั้นยังเป็นการดูว่ายอดที่จะต้องรับผิดชอบ ในกรณีที่ชำระไม่หมดในงวดก่อนนั้น เมื่อรวมกับงวดปัจจุบันแล้วถูกต้องตามจำนวนที่แจ้งไว้ในใบแจ้งหนี้หรือไม่
  3. ตรวจใบแจ้งหนี้ เพื่อดูยอดของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่นดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายในด้านการติดตามทวงหนี้ ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งเราจะต้องตรวจสอบดูว่ามีความถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือไม่ (เช่น ค่าใช้จ่ายบางอย่างที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด) ซึ่งหากว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ดูเหมือนจะเกินกว่าความจำเป็น แนะนำให้รีบติดต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อทำการสอบถาม ขอลด หรือยกเลิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้
  4. ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของคุณอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะเป็นสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ โดยเฉพาะเรื่องของแต้มสะสมต่างๆ หรือส่วนลด ซึ่งควรจะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนและถูกต้องทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียประโยชน์ได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

สรุปแล้ว Sale Slip และเอกสารแจ้งหนี้ เป็นเอกสารที่จะต้องหมั่นตรวจสอบเสมอ เพื่อความถูกต้องของยอดใช้จริงของเรา และควรเก็บไว้อ้างอิงด้วย หากมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตครับ

บัตรเครดิตคืออะไร สมัครบัตรเครดิตผิดทำไงดี

บัตรเครดิตเป็นบัตรสินเชื่อชนิดหนึ่ง ที่ช่วยให้เราสามารถเอาไปชำระค่าสินค้าหรือบริการได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน บัตรเครดิตมีมากมายหลายประเภท ซึ่งออกแบบตามลักษณะการใช้งาน ผู้ใช้สามารถที่จะสมัครตามไลฟ์สไตล์ของตน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามก็มีหลายๆ คนเหมือนกันที่สมัครบัตรเครดิตผิดรูปแบบการใช้งาน ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ทำให้ได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ วันนี้เรามีเคล็ดลับในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวมาฝากกันครับ

ทำไงดีถ้าสมัครบัตรเครดิตผิด

  1. แก้ปัญหาด้วยการปิดบัตรเครดิตใบเก่าทิ้ง เป็นวิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ ที่สามารถทำได้ เพียงแค่เราต้องรู้ให้แน่ชัดว่า บัตรเครดิตที่เราใช้อยู่นั้นเป็นประเภทที่ไม่เหมาะกับเรา ก็สามารถแจ้งไปยังธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อทำการปิดบัญชีบัตรเครดิตดังกล่าวได้เลย อย่างไรก็ตามวิธีนี้ อาจจะมีผลกระทบต่อเครดิตบูโร ส่งผลทำให้ประวัติเสียได้ เพราะเครดิตบูโรนั้นจะมองว่าผู้ที่มีประวัติดีหมายถึงผู้ที่คงบัญชีบัตรเครดิตเอาไว้ได้นานนั่นเอง
  2. แก้ปัญหาด้วยการสมัครบัตรใหม่เพิ่มเติม โดยเลือกที่เหมาะกับเรามากที่สุด อย่างที่บอกไปว่าการปิดบัตรเครดิตทั้งที่เพิ่งใช้ได้ไม่นานนั้นจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเครดิคบูโรได้ ดังนั้นหลายๆ คนจึงเลือกที่จะเก็บบัตรเครดิตนั้นเอาไว้ ทั้งที่ไม่ได้ใช้ก็ตาม และเลือกที่จะเปิดบัตรเครดิตใบใหม่ ที่ตรงกับรูปแบบการใช้งานของตนจริงๆ ข้อดีคือไม่ต้องเสี่ยงกับเครดิตบูโร และมีวงเงินเพิ่มเติมให้ใช้ แต่ข้อเสียคือระวังจะเผลอใช้จนเป็นหนี้เกินตัวได้ครับ
  3. หากคุณมีปัญหากับบัตรเครดิตประเภทคืนเงิน (เช่น ซื้อของแล้วจะได้เงินคืนเท่านั่นเท่านี้) เป็นต้นว่าใช้ได้ไม่เต็มที่อันเนื่องมาจากสถานการณ์ต่างๆ เช่น ไม่ได้อยู่ในละแวกเดียวกับหน่วยธุรกิจที่มีโปรโมชั่นนี้ (โปรโมชั่นนี้ส่วนใหญ่มักจะทำร่วมกับห้างดังๆ หรู ใจกลางเมือง แต่หากเราอยู่ชานเมือง หรือ อำเภอรอบนอก ก็จะใช้ได้ไม่เต็มที่) ก็สามารถลองปรึกษากับธนาคารดูว่า สามารถเปลี่ยนบัตรเป็นแบบอื่นที่เหมาะสมกว่าได้หรือไม่ ซึ่งปกติธนาคารจะมีบัตรประเภทนี้มากกว่า 1 ใบ อยู่แล้ว สามารถสมัครเพิ่มได้
  4. หากคุณมีปัญหากับบัตรสะสมไมล์ หรือสะสมคะแนน อันนี้หลายคนมักจะเจอปัญหากันอย่างมาเพราะว่า ของที่อยากได้มักจะต้องสะสมคะแนนจำนวนมากจนท้อเลยทีเดียว (เช่น ซื้อของครบ 1000 ได้ 1 แต้ม แต่ถ้าจะแลกรางวัลใหญ่ สมมติว่าเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จะต้องสะสมแต้ม 2000 แต้ม เป็นต้น) นอกจากนั้นบัตรประเภทนี้มักจะมีค่าธรรมเนียมรายปี ที่ไม่ถูกเอาเสียด้วย หากคุณเจอปัญหาแบบนี้ (และคิดว่าไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์คุณ) แนะนำให้ติดต่อไปยังธนาคาร เพื่อดูว่ามีบัตรอื่นๆ ที่ไม่ต้องได้รับสิทธิประโยชน์มากเท่าเดิม แต่เสียค่าธรรมเนียมน้อยลงหรือไม่ ซึ่งน่าจะเหมาะกับคุณมากกว่า

วิธีใช้หนี้บัตรเครดิตให้หมดเร็ว ต้องมีการวางแผนรับมืออย่างถูกวิธี

บัตรเครดิตจัดได้ว่าเป็น “เงินพลาสติก” ที่มีความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากไม่ระมัดระวังในการใช้งานก็อาจจะทำให้เกิดการเป็นหนี้พอกพูนขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามเมื่อรู้ตัวว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต เราอาจจะใช้วิธีการดังต่อไปนี้ มาปลดหนี้ดังกล่าวได้ง่ายๆ ครับ

วิธีใช้หนี้บัตรเครดิตให้หมดเร็ว วางแผนจ่ายหนี้บัตรเครดิตแบบง่ายๆ

  1. ตั้งสติให้ดี และจัดการสำรวจหนี้สินทั้งหมดของคุณก่อนเป็นอันดับแรก ว่ามีหนี้สินมากน้อยแค่ไหน เป็นหนี้กับธนาคารไหน มีเงื่อนไข และระยะเวลาการชำระหนี้อย่างไร เป็นต้น การสำรวจหนี้สินก็ไม่ยาก เพียงแค่จดบันทึกแยกเป็นส่วนๆ ถึงรายละเอียดของหนี้บัตรเครดิตที่มีอยู่ เวื่อนไขต่างๆ ของมัน ซึ่งเมื่อเรามองภาพรวมของหนี้สินออก จะทำให้สามารถวางแผนรับมือกับมันได้ง่ายมากขึ้น
  2. วางแผนรับมืออย่างถูกวิธี เมื่อเรารู้ว่าหนี้สินของเรามีอะไรบ้างแล้ว ให้วางแผนรับมือโดยการเลือกจัดการหนี้ ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อนเสมอ เมื่อปิดได้จุดหนึ่งก็จะลดภาระลงไปได้มาก ทำให้มีสภาพคล่องมากขึ้นในการจัดการกับหนี้อื่นๆ ที่ยังมีอยู่
  3. ทำงานมากขึ้น การทำงานมากขึ้นนั้นจะเป็นการหารายได้ให้เข้ามามากขึ้น ซึ่งเมื่อมีรายได้มากขึ้นก็สามารถที่จะชำระหนี้บัตรเครดิตได้หมดไวมากขึ้นตามไปด้วย เพราะหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรทิ้งเอาไว้นาน เนื่องจากมีดอกเบี้ยที่สูงมากนั่นเอง สำหรับการทำงานให้มากขึ้น หมายถึงการหางานพิเศษ หรืออะไรก็ได้ ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมา นอกเหนือจากงานประจำ หรืองานหลักครับ
  4. จำกัดรายจ่าย เมื่อรู้ตัวว่ามีหนี้เยอะ ควรหาวิธีการปรับลดรายจ่ายลงให้เหลือเท่าที่จำเป็น โดยการหาสมุดมาจดเป็นบัญชีประจำวันไว้เลยก็ดีว่าคุณมีรายจ่ายอะไรบ้าง จากนั้นลิสต์ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก การควบคุมค่าใช้จ่ายจะทำให้สามารถเก็บเงินได้มากขึ้น และนำเอาไปชำระหนี้บัตรเครดิตได้มากขึ้นนั่นเอง
  5. อย่าคิดพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ หลายคนเมื่อเริ่มเห็นว่าหนี้บัตรเครดิตเริ่มพอกพูน ก็หาวิธีการปิดหนี้ก้อนนี้แบบผิดๆ ด้วยการกู้เงินนอกระบบมาโปะหนี้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะหนี้นอกระบบดอกเบี้ยสูงไม่แพ้กัน บางเจ้าอาจจะคิดเป็นรายวันกันเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อดอกเงินกู้นอกระบบสูงมากขึ้นจนหมดปัญญาจ่าย ก็จะหันมาใช้บัตรเครดิต เอามาโปะหนี้นอกระบบอีก วนเวียนกันซ้ำไปซ้ำมา จึงไม่ใช่ทางแก้ไขที่แท้จริง
  6. เปลี่ยนสินทรัพย์ต่างๆ ให้เป็นเงินสด เมื่อมีหนี้คุณจำเป็นจะต้องสละทรัพย์สินออกไปก่อน เช่น มีรถยนต์ เครื่องประดับ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ต่างๆ เมื่อเปลี่ยนเป็นเงินแล้วจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการชำระหนี้ได้ดีกว่าเดิมครับ

บัตรกดเงินสดดอกเบี้ยต่ำ

บัตรกดเงินสดดอกเบี้ยต่ำ สมัครบัตรสินเชื่อเงินสด สิทธิประโยชน์มากมาย บัตรกดเงินสดออนไลน์ อัตราดอกเบี้ยต่ำ

สมัครออนไลน์