เมื่อใช้บัตรในต่างประเทศ จะมีการคิดเป็นเงินบาทอย่างไร สูตรคำนวณ การรูดบัตรเครดิตในต่างประเทศ

เมื่อใช้บัตรในต่างประเทศ จะมีการคิดเป็นเงินบาทอย่างไร

สมัครบัตรเครดิต ดอกเบี้ยต่ำ

สมัครบัตรเครดิต ดอกเบี้ยต่ำ สมัครบัตรสินเชื่อเงินสด สิทธิประโยชน์มากมาย บัตรกดเงินสดออนไลน์ อัตราดอกเบี้ยต่ำ สมัครออนไลน์วันนี้ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษมากมาย


บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ แน่นอนว่าการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศนั้น จะต้องมีการแปลงค่าสกุลเงินให้เป็นสกุลหลักของประเทศนั้นๆ กล่าวคือเมื่อใช้บัตรเครดิตซื้อของบางอย่าง ระบบจะทำการแปลงสกุลเงิน พร้อมกับบวกค่าธรรมเนียมความเสี่ยงในการแปลงค่าสกุลเงินเข้าไปด้วย หมายความว่าคุณจะไม่ได้เสียค่าค่าสินค้า แต่จะเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าวไปด้วย (ซึ่งผู้ถือบัตรจะต้องแบกรับค่าธรรมเนียมความเสี่ยง ในการแปลงค่าสกุลเงินเอง)

สูตรคำนวณ การรูดบัตรเครดิตในต่างประเทศ มีดังต่อไปนี้

  1. การรูดบัตรเครดิตในประเทศ ที่ไม่ได้มีการใช้เงินสกุล U.S. Dollar จะต้องมีการเปลี่ยนเงินสกุลนั้นๆ เป็นเงินสกุล U.S. Dollar เสียก่อนทุกครั้ง จากนั้นจึงนำเอาค่าเงินที่แปลงเป็น U.S. Dollar ไปแปลงเป็นเงินสกุลปลายทางอีกครั้ง เช่น รูดบัตรเครดิตในประเทศญี่ปุ่น จะต้องแปลงค่าเงินจาก เงินเยน à U.S. Dollar à บาท
  2. อัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินของแต่ละธนาคาร อาจจะไม่ใช่เรตเดียวกัน ผู้ใช้บัตรอาจจะต้องมีการศึกษาอัตราดังกล่าวให้เข้าใจ โดยเข้าไปดูในเว็บไซต์หลักของธนาคาร ผู้ให้บริการบัตรเครดิต
  3. เมื่อทำการรูดบัตรเครดิต เป็นจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม ให้เอาจำนวนนั้นไปคูณกับอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารผู้ให้บริการบัตรเครดิต (อัตราแปลง U.S. Dollar à Thai Baht) จะได้เป็นจำนวนเงินออกมา
  4. เอาจำนวนเงินจากข้อ (3) ไปลบออกจากค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงิน (ค่านี้จะคิดเป็น %) ซึ่งค่านี้ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารกำหนด เมื่อลบเสร็จแล้วจะได้จำนวนเงินออกมา ให้เอาไปลบออกจากยอดเงินแปลงในข้อ 3 จะได้เป็นค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงินของยอดการใช้ของคุณ
  5. เอาจำนวนที่ได้จากข้อ (3) มาบวกกับข้อ (4) จะได้เป็นเงินที่เราต้องจ่ายคืนให้ธนาคาร

ตัวอย่างคำนวณ การรูดบัตรเครดิตในต่างประเทศ  : หากคุณใช้บัตรเครดิต ทำการรูดซื้อของ ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเงิน 50,000 เยน จะต้องเสียเงินเท่าไหร่ให้กับธนาคารผู้ออกบัตร ณ วันเรียกเก็บ

– ทำการแปลงเงินเยนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐก่อน โดยอัตราแลกเปลี่ยนนั้นให้เข้าไปดูในเว็บไซต์ด้านการเงินต่างๆ (อัตรานี้จะเปลี่ยนแปลงเป็นรายวัน) สมมติว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนเป็นดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ ต่อ 117 เยน จะได้เท่ากับ 50,000/117 = 427 U.S. Dollar

– แปลงดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินบาท สมมติว่าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 35 บาท จะได้ว่า 427 X 35 = 14,945 บาท

– ทำการหาค่าความเสี่ยงของการแปลงสกุลเงิน สมมติบัตรเครดิตกำหนดค่าดังกล่าวไว้ที่ 2.5% จะได้ว่า 14,945 – 2.5% = 14,571.375 ให้เอา 14,945 – 14,571.375 = 373.625 *** นี่คือค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงิน ที่คุณต้องจ่าย

– เอา 14,945 + 373.625 = 15,318.625 จำนวนนี้เป็นจำนวนที่คุณจะต้องจ่ายคืนให้กับธนาคารผู้ออกบัตร

ทั้งนี้ค่าความเสี่ยงในการแปลกเปลี่ยนสกุลเงินนั้น จะมีการกำหนดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร โดยมากจะมีการกำหนดที่ 2.0 -2.5% ของยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในรอบนั้นครับ ซึ่งผู้ใช้บัตรจะต้องศึกษาอัตราดังกล่าวให้ดีก่อนใช้ด้วย

สมัครบัตรเครดิต ดอกเบี้ยต่ำ

สมัครบัตรเครดิต ดอกเบี้ยต่ำ สมัครบัตรสินเชื่อเงินสด สิทธิประโยชน์มากมาย บัตรกดเงินสดออนไลน์ อัตราดอกเบี้ยต่ำ สมัครออนไลน์วันนี้ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษมากมาย